Daily PrEP vs On-Demand เลือก PrEP แบบไหนดีให้เหมาะกับความเสี่ยงของเรา?
- Siri Writer
- 2 days ago
- 4 min read
Updated: 21 hours ago
การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีในปัจจุบันมีทางเลือกมากขึ้น หนึ่งในวิธีที่ได้รับความสนใจคือ PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) หรือยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี ซึ่งสามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันเอชไอวี ร่วมกับวิธีอื่นได้
สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ PrEP อาจเคยพบคำว่า Daily PrEP และ On-Demand PrEP หรือ Event-Driven PrEP และเกิดคำถามว่า แบบไหนดีกว่ากัน? หรือ ควรเลือก PrEP แบบรายวันหรือแบบ On-Demand?
คำตอบคือ ไม่มีรูปแบบใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะการเลือก PrEP ควรพิจารณาจากความถี่ของความเสี่ยง ความสามารถในการวางแผน เหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่การสัมผัสเชื้อเอชไอวี ลักษณะการสัมผัส สุขภาพโดยรวม และความเหมาะสมทางการแพทย์
แนวทางสากลในปัจจุบันมีการพูดถึงความยืดหยุ่นของการใช้ PrEP มากขึ้น โดยแนวทางขององค์การอนามัยโลกระบุว่าการเลือกวิธีใช้ PrEP ควรพิจารณาจากลักษณะของแต่ละบุคคล สถานการณ์ และรูปแบบการสัมผัส ขณะที่แนวทางประเทศไทยมีรายละเอียดเกี่ยวกับการให้บริการ PrEP และการใช้ PrEP แบบ On-Demand ในกลุ่มที่เหมาะสม
ดังนั้น การเลือก PrEP จึงไม่ควรตัดสินจากคำว่า กินทุกวัน หรือ กินเฉพาะช่วงเสี่ยง เพียงอย่างเดียว แต่ควรดูว่า รูปแบบใดเหมาะกับความเสี่ยง และสามารถใช้ได้อย่างถูกต้องภายใต้คำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์

PrEP คืออะไร?
PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) คือ การใช้ยาต้านไวรัสเพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อ HIV ก่อนมีโอกาสสัมผัสเชื้อ โดยเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับผู้ที่ยังไม่มี HIV แต่มีโอกาสสัมผัสเชื้อจากปัจจัยหรือพฤติกรรมบางอย่าง
PrEP สามารถใช้ร่วมกับวิธีป้องกัน HIV รูปแบบอื่น เพื่อเพิ่มการป้องกัน และดูแลสุขภาพทางเพศโดยรวม เช่น
การใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง
การตรวจ HIV อย่างสม่ำเสมอตามความเหมาะสม
การตรวจ และรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI)
การปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยง
การรับวัคซีนที่เกี่ยวข้องตามคำแนะนำ เช่น วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี
ก่อนเริ่ม PrEP ควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากต้องตรวจสอบ สถานะ HIV และสุขภาพโดยรวม เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสม และปลอดภัย
ปัจจัยที่อาจนำมาพิจารณา ได้แก่
สถานะ HIV
การทำงานของไต
ประวัติหรือสถานะการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBV)
โรคประจำตัว
ยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ใช้อยู่
ลักษณะ และความถี่ของความเสี่ยงต่อ HIV
ความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ
นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้ PrEP ควรมีการ ตรวจ HIV และติดตามสุขภาพตามกำหนด เพื่อประเมินประสิทธิผล ความปลอดภัย และความเหมาะสมของแนวทางการป้องกันอย่างต่อเนื่อง
Daily PrEP คืออะไร?
Daily PrEP หรือ PrEP แบบรายวัน คือ การใช้ PrEP อย่างต่อเนื่องตามแผนที่บุคลากรทางการแพทย์แนะนำ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการป้องกัน HIV อย่างต่อเนื่อง รูปแบบนี้อาจเหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อ HIV เป็นประจำ หรือผู้ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าจะมีโอกาสสัมผัสเชื้อเมื่อใด
Daily PrEP อาจเหมาะกับผู้ที่
มีความเสี่ยงต่อ HIV ค่อนข้างบ่อย
มีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นโดยไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้
ไม่ต้องการวางแผนการใช้ PrEP ให้สัมพันธ์กับเหตุการณ์เสี่ยงแต่ละครั้ง
สามารถใช้ยาตามคำแนะนำได้อย่างสม่ำเสมอ
สามารถเข้ารับการตรวจ HIV และติดตามสุขภาพตามกำหนด
ข้อดีของ Daily PrEP คือ การป้องกันเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวัน จึงอาจช่วยลดความกังวลเรื่องการคาดการณ์ว่าจะมีความเสี่ยงเกิดขึ้นเมื่อใด
อย่างไรก็ตาม Daily PrEP ไม่ได้หมายความว่าใช้ยาแล้วไม่จำเป็นต้องติดตามสุขภาพ ผู้ใช้ยังควรได้รับการตรวจ และประเมินตามแนวทางที่เหมาะสม เช่น
ตรวจ HIV ตามกำหนด
ประเมินการทำงานของไตตามความเหมาะสม
ประเมินสถานะไวรัสตับอักเสบบี
ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตามความเสี่ยง
ประเมินผลข้างเคียงหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยา
ทบทวนว่ารูปแบบ PrEP ที่ใช้อยู่ยังเหมาะกับความเสี่ยงในปัจจุบันหรือไม่
On-Demand PrEP คืออะไร?
On-Demand PrEP หรือ Event-Driven PrEP คือ แนวทางการใช้ PrEP ที่สัมพันธ์กับช่วงเวลาที่คาดว่าจะมีความเสี่ยงต่อ HIV โดยเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามแนวทางทางการแพทย์
สิ่งสำคัญคือคำว่า “On-Demand” ไม่ได้หมายถึงการรับประทานยาแบบสุ่มเมื่อรู้สึกว่ากำลังจะมีความเสี่ยง แต่เป็นรูปแบบที่มีหลักเกณฑ์เฉพาะ และต้องใช้ตามแนวทางที่กำหนด
หนึ่งในรูปแบบที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายคือ 2+1+1 ซึ่งมีข้อมูลทางวิชาการรองรับในประชากรบางกลุ่ม โดยเฉพาะ ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM)
ดังนั้น การใช้ On-Demand PrEP จึงควรพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น
ความถี่ของความเสี่ยงต่อ HIV
สามารถคาดการณ์ช่วงเวลาที่อาจเกิดความเสี่ยงได้หรือไม่
สามารถวางแผน และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของ On-Demand ได้หรือไม่
ลักษณะการสัมผัส HIV
สถานะ HIV
สุขภาพโดยรวม
สถานะไวรัสตับอักเสบบี
ยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ใช้อยู่
แนวทางที่บุคลากรทางการแพทย์แนะนำ
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ On-Demand PrEP
ไม่ใช่ PrEP ที่เหมาะกับทุกคน
มีข้อจำกัดด้านประชากร และลักษณะการสัมผัสที่ควรพิจารณา
ต้องสามารถวางแผนช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงได้
ต้องใช้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ใช่รับประทานเมื่อรู้สึกว่ามีความเสี่ยง
ผู้ที่มีไวรัสตับอักเสบบีควรได้รับการประเมินเป็นพิเศษ
ยังคงต้องตรวจ HIV และติดตามสุขภาพตามคำแนะนำ
ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ได้โดยตรง
องค์การอนามัยโลกมีข้อมูลเกี่ยวกับ Event-Driven PrEP และการใช้ PrEP แบบ 2+1+1 โดยเน้นว่าการเลือกแนวทางควรสอดคล้องกับกลุ่มประชากร และบริบทที่มีหลักฐานรองรับ
ดังนั้น การพบข้อมูลเกี่ยวกับ 2+1+1 บนอินเทอร์เน็ต ไม่ได้หมายความว่าทุกคนสามารถนำรูปแบบดังกล่าวมาใช้ได้ด้วยตนเอง เพราะแนวทางการใช้ PrEP อาจมีข้อแตกต่างกันตามประชากร ลักษณะการสัมผัส และแนวทางของแต่ละประเทศ
Daily PrEP vs On-Demand แตกต่างกันอย่างไร?
ความแตกต่างที่สำคัญอยู่ที่ รูปแบบการวางแผนการป้องกัน
Daily PrEP เน้นการป้องกันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ On-Demand เชื่อมโยงการใช้ PrEP กับช่วงเวลาที่คาดว่าจะมีความเสี่ยง
การเลือกจึงควรพิจารณาหลายด้าน ไม่ใช่เพียงจำนวนครั้งของการมีเพศสัมพันธ์
ตารางเปรียบเทียบ Daily PrEP กับ On-Demand PrEP
ปัจจัย | Daily PrEP | On-Demand PrEP |
รูปแบบการป้องกัน | ต่อเนื่อง | เชื่อมโยงกับช่วงที่คาดว่าจะมีความเสี่ยง |
การวางแผน | ไม่จำเป็นต้องคาดการณ์เหตุการณ์เสี่ยงแต่ละครั้ง | ต้องสามารถวางแผนตามหลักเกณฑ์ได้ |
ความเสี่ยงที่คาดเดาไม่ได้ | เหมาะกับสถานการณ์ที่คาดการณ์ได้ยากกว่า | อาจไม่เหมาะหากไม่สามารถวางแผนล่วงหน้า |
ความถี่ของความเสี่ยง | เหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงบ่อยหรือเกิดขึ้นไม่แน่นอน | เหมาะกับบางคนที่มีความเสี่ยงเป็นครั้งคราว และวางแผนได้ |
กลุ่มประชากร | มีการใช้ในประชากรหลายกลุ่มตามข้อบ่งชี้ | มีข้อจำกัดตามหลักฐาน และแนวทาง |
HIV testing | จำเป็นต้องติดตาม | จำเป็นต้องติดตาม |
การติดตามสุขภาพ | จำเป็น | จำเป็น |
การป้องกัน STI อื่น ๆ | ไม่ได้ป้องกัน STI โดยตรง | ไม่ได้ป้องกัน STI โดยตรง |
HBV | ต้องประเมินก่อนใช้ และติดตามตามความเหมาะสม | ต้องพิจารณาข้อจำกัดเป็นพิเศษ |
การเลือกวิธี | ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ | ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ |

เลือก PrEP แบบไหนดีให้เหมาะกับความเสี่ยงของเรา?
การเลือก PrEP แบบรายวัน (Daily PrEP) หรือ PrEP แบบ On-Demand ไม่ได้มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน เพราะรูปแบบการป้องกันที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความถี่ของความเสี่ยง ความสามารถในการวางแผนล่วงหน้า ลักษณะการสัมผัส HIV รวมถึงสุขภาพโดยรวมของแต่ละคน
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การเลือก PrEP ที่ “ดีที่สุด” แต่คือการเลือก รูปแบบที่เหมาะกับความเสี่ยง และสามารถใช้ได้อย่างถูกต้องตามคำแนะนำ โดยควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์ก่อนเริ่มใช้
ปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนเลือก PrEP
ความถี่ของความเสี่ยง หากมีโอกาสสัมผัส HIV บ่อยหรือเกิดขึ้นโดยไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ PrEP แบบรายวันอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าในบางกรณี เพราะเป็นการป้องกันอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นครั้งคราว และสามารถวางแผนล่วงหน้าได้ อาจมีการพิจารณา On-Demand PrEP หากอยู่ในกลุ่มที่มีข้อบ่งชี้เหมาะสม
สามารถวางแผนช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงได้หรือไม่ On-Demand PrEP จำเป็นต้องอาศัยการวางแผน และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เฉพาะ หากไม่สามารถคาดการณ์เหตุการณ์เสี่ยงได้ หรือมีโอกาสเกิดความเสี่ยงแบบกะทันหัน Daily PrEP อาจจัดการได้ง่ายกว่าในบางสถานการณ์
ลักษณะการสัมผัส HIV PrEP แต่ละรูปแบบไม่ได้มีหลักฐานรองรับสำหรับทุกลักษณะการสัมผัสเหมือนกัน โดยเฉพาะ On-Demand PrEP ที่มีข้อจำกัดด้านกลุ่มประชากร และลักษณะการสัมผัส ดังนั้นจึงไม่ควรนำสูตรที่พบจากอินเทอร์เน็ตมาใช้กับทุกคนโดยอัตโนมัติ
ความสามารถในการใช้ PrEP ตามแผน ไม่ว่าจะเลือก Daily PrEP หรือ On-Demand สิ่งสำคัญคือสามารถใช้ตามแนวทางที่กำหนดได้อย่างถูกต้อง หากรูปแบบใดไม่สอดคล้องกับชีวิตประจำวันหรือไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ได้ ควรพูดคุยกับบุคลากรทางการแพทย์เพื่อพิจารณาทางเลือกอื่น
สุขภาพโดยรวม และโรคประจำตัว ก่อนเริ่ม PrEP ควรประเมินสุขภาพ เช่น การทำงานของไต ประวัติโรคตับ สถานะไวรัสตับอักเสบบี และโรคประจำตัวอื่น ๆ เพราะปัจจัยเหล่านี้อาจมีผลต่อการเลือก และการติดตามการใช้ PrEP
ยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ หากรับประทานยารักษาโรค ยาอื่น ๆ หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพเป็นประจำ ควรแจ้งบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อประเมินความเหมาะสม และข้อควรระวังในการใช้ร่วมกัน
ความพร้อมในการตรวจ และติดตามสุขภาพ ผู้ใช้ PrEP ควรตรวจ HIV และติดตามสุขภาพตามคำแนะนำ รวมถึงพิจารณาการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการประเมินสุขภาพอื่น ๆ ตามความเสี่ยง
แล้วใครอาจเหมาะกับ Daily PrEP?
Daily PrEP อาจเหมาะกับผู้ที่ต้องการการป้องกัน HIV อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงบ่อยหรือไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าจะเกิดความเสี่ยงเมื่อใด
ตัวอย่างลักษณะที่อาจพิจารณา Daily PrEP ได้แก่
มีความเสี่ยงต่อ HIV เป็นประจำ
ความเสี่ยงเกิดขึ้นโดยไม่สามารถวางแผนล่วงหน้าได้
ต้องการรูปแบบการป้องกันที่เป็นกิจวัตร
สามารถใช้ยาตามคำแนะนำได้อย่างสม่ำเสมอ
สามารถเข้ารับการตรวจ HIV และติดตามสุขภาพตามกำหนด
แล้วใครอาจเหมาะกับ On-Demand PrEP?
On-Demand PrEP อาจเป็นทางเลือกสำหรับบางคนที่มีความเสี่ยงไม่บ่อย สามารถคาดการณ์ช่วงเวลาที่อาจเกิดความเสี่ยงได้ และอยู่ในกลุ่มประชากร และลักษณะการสัมผัสที่แนวทางรองรับ
สิ่งสำคัญคือ On-Demand PrEP ไม่ใช่การรับประทานยาเฉพาะเวลาที่คิดว่าจะมีความเสี่ยงแบบไม่มีแผน แต่เป็นรูปแบบที่มีหลักเกณฑ์เฉพาะ จึงควรได้รับคำแนะนำก่อนใช้
สรุปวิธีคิดง่าย ๆ ก่อนเลือก PrEP สามารถพิจารณาจากคำถามเหล่านี้ได้
ความเสี่ยงของเราเกิดบ่อยแค่ไหน?
สามารถคาดการณ์ความเสี่ยงล่วงหน้าได้หรือไม่?
มีโอกาสเกิดความเสี่ยงแบบกะทันหันหรือไม่?
สามารถปฏิบัติตามแนวทางการใช้ PrEP ได้หรือไม่?
มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาอื่นเป็นประจำหรือไม่?
เคยตรวจหรือทราบสถานะไวรัสตับอักเสบบีหรือไม่?
สามารถเข้ารับการตรวจ HIV และติดตามสุขภาพตามกำหนดได้หรือไม่?
ความสม่ำเสมอในการใช้ PrEP สำคัญกว่าการเลือกแบบใดแบบหนึ่ง
ไม่ว่าจะเลือก Daily PrEP หรือ On-Demand PrEP สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่รูปแบบใดใช้ยาน้อยกว่าหรือสะดวกกว่าเพียงอย่างเดียว แต่คือ สามารถใช้ PrEP ได้อย่างถูกต้อง และสอดคล้องกับแนวทางที่กำหนดหรือไม่
การเลือก PrEP จึงควรพิจารณาทั้งรูปแบบความเสี่ยง และความสามารถในการปฏิบัติตามแผนของแต่ละคน เพราะแม้จะเลือกวิธีที่เหมาะกับลักษณะความเสี่ยง แต่หากไม่สามารถใช้ตามแนวทางได้ การป้องกันอาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณา ได้แก่
ความสม่ำเสมอในการใช้ PrEP หากเลือก Daily PrEP ควรสามารถใช้ยาอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำ
การวางแผนความเสี่ยง ผู้ที่พิจารณา On-Demand PrEP ต้องสามารถวางแผนช่วงเวลาที่อาจเกิดความเสี่ยง และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ได้
ความเข้าใจวิธีการใช้ ไม่ควรเข้าใจว่า On-Demand คือการรับประทานยาเฉพาะเวลาที่รู้สึกว่ากำลังจะมีความเสี่ยง
ความเหมาะสมกับรูปแบบชีวิต ควรเลือกรูปแบบที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน
การตรวจ และติดตามสุขภาพ ทั้ง Daily PrEP และ On-Demand PrEP จำเป็นต้องมีการติดตามตามแนวทางที่เหมาะสม
การปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ ช่วยประเมินว่ารูปแบบใดเหมาะกับความเสี่ยง และสุขภาพของแต่ละบุคคล
ดังนั้น คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่เพียง PrEP แบบไหนใช้ยาน้อยกว่า?
แต่ควรเป็น PrEP แบบไหนเหมาะกับสถานการณ์ของเรา และเราสามารถใช้ตามคำแนะนำได้อย่างถูกต้องหรือไม่?
ตรวจเอชไอวีก่อนเริ่ม PrEP ทำไมจึงสำคัญ?
PrEP มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยป้องกัน HIV ในผู้ที่ยังไม่มีการติดเชื้อ ดังนั้น การประเมินสถานะ HIV ก่อนเริ่ม PrEP จึงเป็นขั้นตอนสำคัญ
ก่อนเริ่มใช้ PrEP บุคลากรทางการแพทย์จะประเมินว่าผู้รับบริการไม่มี HIV และพิจารณาปัจจัยที่อาจบ่งชี้การติดเชื้อ HIV ระยะเริ่มต้นด้วย
เหตุผลที่ต้องตรวจ HIV ก่อนเริ่ม PrEP ได้แก่
PrEP มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกัน HIV ในผู้ที่ยังไม่มีการติดเชื้อ
หากมีการติดเชื้อ HIV อยู่แล้ว จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสตามแนวทางสำหรับผู้ติดเชื้อ HIV
การใช้ยาที่ไม่เหมาะสมในกรณีที่มี HIV อาจมีผลต่อการดื้อยา และการวางแผนรักษาในอนาคต
หากเพิ่งมีความเสี่ยงมาไม่นาน บุคลากรทางการแพทย์อาจพิจารณาความเหมาะสมของการตรวจเพิ่มเติมตามสถานการณ์
ผู้ที่ใช้ PrEP ควรได้รับการตรวจ HIV อย่างสม่ำเสมอตามแนวทางการติดตาม
นอกจากนี้ หากมีอาการที่สงสัยการติดเชื้อ HIV ระยะเริ่มต้น หรือเพิ่งมีความเสี่ยง ควรแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบอย่างตรงไปตรงมา เพื่อช่วยเลือกวิธีตรวจ และแนวทางดูแลที่เหมาะสม
ไม่ควรเริ่ม PrEP ด้วยตนเองจากยาที่ซื้อมา หรือใช้ตามคำแนะนำของบุคคลอื่นโดยไม่ผ่านการประเมินสถานะ HIV

ต้องตรวจติดตามอะไรบ้างระหว่างใช้ PrEP?
PrEP ไม่ใช่การรับยาแล้วจบ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการป้องกัน HIV ที่ควรมี การตรวจ และติดตามสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
การติดตามช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ประเมินได้ว่าการป้องกันยังเหมาะสมหรือไม่ มีปัญหาจากการใช้ยาหรือไม่ และควรปรับแนวทางการดูแลอย่างไร
การตรวจเอชไอวี
เป็นส่วนสำคัญของการติดตามผู้ใช้ PrEP เพื่อประเมินว่ายังคงไม่มีการติดเชื้อ HIV สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่
ตรวจ HIV ตามกำหนด
แจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากมีความเสี่ยงใหม่
แจ้งหากมีอาการที่สงสัยการติดเชื้อ HIV
ไม่ควรปรับหรือหยุด PrEP โดยไม่ปรึกษาผู้ให้บริการ
การประเมินสุขภาพไต
PrEP แบบรับประทานบางชนิดเกี่ยวข้องกับการทำงานของไต จึงอาจมีการประเมินสุขภาพไตก่อนเริ่มใช้ และระหว่างการติดตามตามความเหมาะสม การประเมินอาจขึ้นอยู่กับ
ชนิดของ PrEP
อายุ
สุขภาพโดยรวม
ประวัติโรคไต
ยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ใช้อยู่
ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ
การประเมินไวรัสตับอักเสบบี
ไวรัสตับอักเสบบี หรือ HBV เป็นอีกปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณาก่อน และระหว่างการใช้ PrEP การประเมินอาจช่วยให้ทราบว่า
เคยได้รับวัคซีนหรือมีภูมิคุ้มกันหรือไม่
มีการติดเชื้อ HBV หรือไม่
จำเป็นต้องได้รับการดูแลหรือติดตามเพิ่มเติมหรือไม่
รูปแบบการใช้ PrEP ที่กำลังพิจารณามีข้อจำกัดหรือไม่
โดยเฉพาะผู้ที่มี HBV ไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนรูปแบบ PrEP ด้วยตนเอง
การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
PrEP ช่วยป้องกัน HIV แต่ ไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทุกชนิด ผู้ที่มีความเสี่ยงอาจได้รับคำแนะนำให้ตรวจ STI ตามความเหมาะสม โดยพิจารณาจาก
ลักษณะการสัมผัส
อาการที่เกิดขึ้น
ประวัติความเสี่ยง
ตำแหน่งที่มีการสัมผัส
การตรวจอย่างเหมาะสมช่วยให้พบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้เร็ว และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
การประเมินการใช้ PrEP
การติดตามไม่ได้ดูเฉพาะผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ แต่ยังสามารถพูดคุยเกี่ยวกับการใช้ PrEP และความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไปได้ด้วย ตัวอย่างเช่น
รูปแบบความเสี่ยงเปลี่ยนไปหรือไม่
ยังสามารถใช้ PrEP ตามแผนได้หรือไม่
มีปัญหาหรือผลข้างเคียงจากการใช้ยาหรือไม่
มีการใช้ยาอื่นเพิ่มเติมหรือไม่
ต้องการเปลี่ยนรูปแบบการป้องกันหรือไม่
ถ้าความเสี่ยงเปลี่ยน สามารถเปลี่ยนรูปแบบ PrEP ได้หรือไม่?
รูปแบบความเสี่ยงของแต่ละคนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลา ดังนั้นรูปแบบ PrEP ที่เคยเหมาะสมในช่วงหนึ่ง อาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะที่สุดเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ตัวอย่างเช่น
จากเดิมมีความเสี่ยงเป็นครั้งคราว อาจกลายเป็นมีความเสี่ยงบ่อยขึ้น
จากเดิมสามารถวางแผนล่วงหน้าได้ อาจกลายเป็นไม่สามารถคาดการณ์เหตุการณ์เสี่ยงได้
ตารางชีวิตเปลี่ยน ทำให้การใช้ PrEP รูปแบบเดิมทำได้ยากขึ้น
มีการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพหรือเริ่มใช้ยาอื่น
พบว่ามีปัจจัยเกี่ยวกับ HBV หรือสุขภาพไตที่ต้องนำมาพิจารณา
เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ควรแจ้งบุคลากรทางการแพทย์เพื่อประเมินแนวทางใหม่
ไม่ควรหยุด เปลี่ยน หรือสลับ Daily PrEP และ On-Demand PrEP ด้วยตนเอง เพราะการเปลี่ยนรูปแบบอาจเกี่ยวข้องกับสถานะ HIV ระยะเวลาของความเสี่ยง สุขภาพ และปัจจัยทางการแพทย์อื่น ๆ
ถ้าไม่แน่ใจควรเลือก Daily หรือ On-Demand?
หากยังไม่แน่ใจว่า Daily PrEP หรือ On-Demand PrEP เหมาะกับตนเองมากกว่า ไม่จำเป็นต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง การพูดคุยกับบุคลากรทางการแพทย์จะช่วยประเมินความเสี่ยง และเลือกแนวทางที่เหมาะสมได้
ก่อนเข้ารับคำปรึกษา สามารถลองทบทวนคำถามเหล่านี้
ความเสี่ยงต่อ HIV เกิดบ่อยแค่ไหน?
สามารถคาดการณ์ช่วงเวลาที่อาจมีความเสี่ยงได้หรือไม่?
มีโอกาสเกิดเหตุการณ์เสี่ยงแบบกะทันหันหรือไม่?
สามารถปฏิบัติตามแผนการใช้ PrEP ได้อย่างสม่ำเสมอหรือไม่?
มีโรคประจำตัวหรือไม่?
มีประวัติโรคไตหรือตับหรือไม่?
ทราบสถานะไวรัสตับอักเสบบีหรือไม่?
กำลังรับประทานยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นเป็นประจำหรือไม่?
สามารถเข้ารับการตรวจ HIV และติดตามสุขภาพตามกำหนดได้หรือไม่?
มีความเสี่ยงหรือประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือไม่?
ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ประเมินได้ละเอียดขึ้นว่า รูปแบบ PrEP ใดเหมาะกับความเสี่ยง สุขภาพ และการใช้ชีวิตของแต่ละคน
จำง่าย ๆ ก่อนเลือก PrEP
เสี่ยงบ่อยหรือคาดการณ์ไม่ได้ → อาจพิจารณา Daily PrEP
เสี่ยงเป็นครั้งคราว และวางแผนได้ → อาจพิจารณา On-Demand PrEP หากอยู่ในกลุ่มที่แนวทางรองรับ
ไม่แน่ใจว่ารูปแบบใดเหมาะสม → ปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์
มี HBV หรือโรคประจำตัว → ควรแจ้งข้อมูลก่อนเลือก PrEP
ไม่ว่าจะใช้รูปแบบใด → ควรตรวจ HIV และติดตามสุขภาพตามคำแนะนำ
PrEP ไม่ได้ป้องกัน STI ทุกชนิด → ควรพิจารณาการป้องกัน และตรวจ STI ตามความเหมาะสม
หัวใจสำคัญคือ ไม่มี PrEP รูปแบบใดที่เหมาะกับทุกคน การเลือกควรพิจารณาจากความเสี่ยง สุขภาพ ความสามารถในการใช้ยาอย่างถูกต้อง และการติดตามสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
การเลือก Daily PrEP หรือ On-Demand PrEP ไม่ควรตัดสินจากคำถามว่า แบบไหนดีกว่า แต่ควรถามว่า แบบไหนเหมาะกับความเสี่ยง และสุขภาพของเรา?
Daily PrEP เป็นแนวทางที่เน้นการป้องกันอย่างต่อเนื่อง จึงอาจเหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงบ่อยหรือไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ส่วน On-Demand PrEP เป็นแนวทางที่เชื่อมโยงกับช่วงเวลาที่คาดว่าจะมีความเสี่ยง และมีหลักเกณฑ์เฉพาะ รวมถึงข้อจำกัดด้านประชากร และลักษณะการสัมผัส
ปัจจัยสำคัญที่ควรนำมาพิจารณา ได้แก่ ความถี่ของความเสี่ยง ความสามารถในการวางแผน ลักษณะการสัมผัส HIV สุขภาพไต สถานะไวรัสตับอักเสบบี ยาที่ใช้อยู่ และความสามารถในการมาติดตามสุขภาพ
สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ควรเริ่ม เปลี่ยน หรือหยุด PrEP ตามข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตหรือประสบการณ์ของผู้อื่นเพียงอย่างเดียว ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล เพราะการป้องกัน HIV ที่ดี ไม่ใช่เพียงการเลือก PrEP รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่คือ การเลือกวิธีที่เหมาะกับความเสี่ยง สุขภาพ และการใช้ชีวิตของแต่ละคน พร้อมมีการตรวจ และติดตามอย่างเหมาะสม
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization (WHO). What’s the 2+1+1? Event-driven oral pre-exposure prophylaxis to prevent HIV for men who have sex with men: Update to WHO’s recommendation on oral PrEP. ข้อมูลเกี่ยวกับ Event-Driven PrEP และการใช้ PrEP แบบ 2+1+1. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https//www.who.int/publications/i/item/what-s-the-2-1-1-event-driven-oral-pre-exposure-prophylaxis-to-prevent-hiv-for-men-who-have-sex-with-men
Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Preventing HIV with PrEP. ข้อมูลเกี่ยวกับ PrEP การป้องกัน HIV และแนวทางการใช้ PrEP. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https//www.cdc.gov/hiv/prevention/prep.html
UNAIDS HIV Prevention Coalition. Thailand National Guidelines for Pre-Exposure Prophylaxis (PrEP) 2021. ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการจัดบริการ PrEP ในประเทศไทย รวมถึง PrEP แบบ On-Demand. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https//hivpreventioncoalition.unaids.org/en/resources/thailand-national-guidelines-pre-exposure-prophylaxis-prep-2021
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการจัดบริการยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564. แนวทางสำหรับการจัดบริการ PrEP การประเมินผู้รับบริการ การติดตาม และการใช้ PrEP แบบ On-Demand. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https//ddc.moph.go.th/das/journal_detail.php?publish=11902
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. ข้อมูลการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีด้วย PrEP และการใช้ยาอย่างสม่ำเสมอ. ข้อมูลเกี่ยวกับ PrEP การใช้ถุงยางอนามัย และการป้องกัน HIV แบบผสมผสาน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https//ddc.moph.go.th/brc/news.php?deptcode=brc&news=21176&news_views=3309



Comments