top of page

รู้จักยาใหม่รักษาหนองในแท้ มีอะไรบ้าง? และดีกว่าเดิมอย่างไร?

Updated: Jan 1

หนองในแท้ (Gonorrhea) เป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sxeually Transmitted Infections: STIs) ที่พบได้บ่อยทั่วโลก และแม้จะเป็นโรคที่มนุษย์รู้จักมานานหลายร้อยปี แต่ในปัจจุบัน หนองในแท้กลับกลายเป็น ปัญหาสุขภาพระดับโลกที่น่ากังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง การดื้อยาปฏิชีวนะ

องค์การอนามัยโลก (WHO) และหน่วยงานด้านสาธารณสุขของหลายประเทศต่างออกมาเตือนตรงกันว่า เชื้อ Neisseria gonorrhoeae ซึ่งเป็นสาเหตุของหนองในแท้ มีความสามารถในการพัฒนาการดื้อยาได้อย่างรวดเร็ว จนเริ่มส่งผลให้แนวทางการรักษาแบบเดิมมีข้อจำกัดมากขึ้น


อย่างไรก็ตาม วงการแพทย์โลกก็มีข่าวดี เมื่อ องค์การอาหาร และยาสหรัฐอเมริกา (US FDA) ได้อนุมัติ ยาใหม่ 2 ชนิด ได้แก่ Gepotidacin และ Zoliflodacin ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของการรักษา

อธิบายภาพเกี่ยวกับยาใหม่รักษาหนองในแท้ แนวทางการรักษาสมัยใหม่ และข้อดีเมื่อเทียบกับการรักษาแบบเดิม
รู้จักยาใหม่รักษาหนองในแท้ มีอะไรบ้าง? และดีกว่าเดิมอย่างไร?

หนองในแท้ (Gonorrhea) คืออะไร?

หนองในแท้ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ Neisseria gonorrhoeae สามารถติดต่อได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก รวมถึงการถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกในระหว่างการคลอด

ตำแหน่งที่พบการติดเชื้อได้บ่อย

  • ท่อปัสสาวะ

  • ปากมดลูก

  • ช่องคลอด

  • ทวารหนัก

  • คอหอย (จากการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก)

  • ดวงตา (ในทารกแรกเกิด)


อาการของหนองในแท้

หลายคนอาจไม่แสดงอาการ โดยเฉพาะในเพศหญิง แต่หากมีอาการ อาจพบได้ เช่น

  • มีหนองไหลจากอวัยวะเพศ

  • ปัสสาวะแสบขัด

  • ปวดท้องน้อย

  • เจ็บคอ (กรณีติดเชื้อที่คอ)

  • มีตกขาวผิดปกติ

การไม่แสดงอาการนี่เอง ทำให้หนองในแท้สามารถแพร่กระจายได้ง่าย และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว


ทำไมหนองในแท้จึงกลายเป็นปัญหาที่น่ากังวลมากขึ้น

ในอดีต หนองในแท้เคยเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ไม่ยากด้วยยาปฏิชีวนะ แต่ในปัจจุบัน สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน 

สาเหตุหลัก คือ การดื้อยาปฏิชีวนะ เชื้อ Neisseria gonorrhoeae เป็นหนึ่งในเชื้อแบคทีเรียที่มีความสามารถสูงในการปรับตัว และพัฒนาการดื้อยา เมื่อมีการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสม เช่น

  • ใช้ยาไม่ครบตามแพทย์สั่ง

  • ซื้อยากินเอง

  • ใช้ยาซ้ำบ่อย ๆ

  • ใช้ยาชนิดเดียวกันเป็นเวลานาน


เชื้อจะค่อย ๆ พัฒนาให้ไม่ตอบสนองต่อยาที่เคยใช้ได้ผล ประวัติการดื้อยาของหนองในแท้ ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา หนองในแท้ได้แสดงให้เห็นถึงการดื้อยามาแล้วหลายรุ่น เช่น

  • ดื้อยาเพนิซิลลิน

  • ดื้อยาเตตราไซคลิน

  • ดื้อยาฟลูออโรควิโนโลน

  • เริ่มมีรายงานการดื้อยากลุ่มเซฟาโลสปอริน

ทำให้ปัจจุบัน ตัวเลือกการรักษามีจำกัดมากขึ้น


แนวทางการรักษาหนองในแท้แบบเดิม

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แนวทางการรักษาหนองในแท้ในหลายประเทศมักใช้

  • ยาปฏิชีวนะแบบฉีด เป็นหลัก

  • บางกรณีต้องใช้ ยาร่วมกันมากกว่า 1 ชนิด

  • ต้องรักษาพร้อมกับคู่นอน

แม้แนวทางนี้จะยังคงได้ผลในหลายพื้นที่ แต่ก็มีข้อจำกัด เช่น

  • ไม่สะดวก ต้องฉีดยา

  • ต้องพึ่งพาสถานพยาบาล

  • หากเชื้อดื้อยา การรักษาจะยิ่งซับซ้อนขึ้น

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่วงการแพทย์ทั่วโลกเร่งพัฒนา ยาใหม่ สำหรับหนองในแท้

ภาพแสดงตัวอย่างยาใหม่ที่ใช้รักษาหนองในแท้ ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดปัญหาเชื้อดื้อยา
ยาใหม่ที่ใช้รักษาหนองในแท้

ยาใหม่ที่ใช้รักษาหนองในแท้

หนึ่งในข่าวที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ การที่ US FDA ได้อนุมัติยาใหม่สำหรับการรักษาหนองในแท้ ได้แก่

  • Gepotidacin

  • Zoliflodacin

ยาใหม่ทั้งสองชนิดนี้ถือเป็น นวัตกรรมครั้งสำคัญ เนื่องจาก

  • เป็น ยารับประทาน ไม่ต้องฉีด

  • มีกลไกการออกฤทธิ์ แตกต่างจากยาปฏิชีวนะเดิม

  • มีศักยภาพในการรักษาเชื้อหนองในแท้ที่ดื้อยาบางกลุ่ม


Gepotidacin คืออะไร?

Gepotidacin เป็นยาปฏิชีวนะชนิดใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ต่อสู้กับแบคทีเรียดื้อยา รวมถึงเชื้อหนองในแท้

กลไกการออกฤทธิ์

Gepotidacin ทำงานโดย

  • ยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการจำลองตัวของ DNA ของเชื้อแบคทีเรีย

  • แตกต่างจากยาปฏิชีวนะกลุ่มเดิม เช่น เซฟาโลสปอริน หรือฟลูออโรควิโนโลน

กลไกที่แตกต่างนี้ช่วยลดโอกาสที่เชื้อจะดื้อยาแบบข้ามกลุ่ม (cross-resistance)

จุดเด่นของ Gepotidacin

  • เป็น ยารับประทาน

  • ใช้ง่าย สะดวก

  • มีประสิทธิภาพต่อเชื้อหนองในแท้หลายสายพันธุ์

  • เป็นทางเลือกใหม่ในกรณีที่ยาเดิมใช้ไม่ได้ผล


Zoliflodacin คืออะไร?

Zoliflodacin เป็นยาปฏิชีวนะอีกชนิดหนึ่งที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อรับมือกับปัญหาเชื้อหนองในแท้ดื้อยาโดยเฉพาะ

กลไกการออกฤทธิ์

Zoliflodacin

  • ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่สำคัญต่อการแบ่งตัวของเชื้อ

  • เป็นกลไกใหม่ที่ไม่เคยถูกใช้มาก่อนในการรักษาหนองในแท้

จุดเด่นของ Zoliflodacin

  • เป็น ยารับประทาน

  • ลดความจำเป็นในการใช้ยาฉีด

  • มีแนวโน้มได้ผลดีกับเชื้อที่ดื้อยาหลายชนิด

  • ช่วยเพิ่มทางเลือกให้แพทย์ในการวางแผนรักษา


ยาใหม่รักษาหนองในแท้ ดีกว่าเดิมอย่างไร?

เมื่อเปรียบเทียบกับการรักษาแบบเดิม ยาใหม่อย่าง Gepotidacin และ Zoliflodacin มีข้อได้เปรียบหลายประการ

  • ไม่ต้องฉีดยา การเป็นยารับประทานช่วย ลดความกังวลของผู้ป่วย เพิ่มการเข้าถึงการรักษา เหมาะกับระบบสาธารณสุขในหลายประเทศ

  • กลไกใหม่ ลดปัญหาดื้อยา กลไกที่แตกต่างจากยาปฏิชีวนะเดิม ช่วยลดความเสี่ยงการดื้อยาแบบซ้ำซ้อนเพิ่มประสิทธิภาพในผู้ป่วยที่รักษายาก

  • เพิ่มทางเลือกให้แพทย์ แพทย์ไม่จำเป็นต้องพึ่งยากลุ่มเดิมเพียงอย่างเดียว ทำให้วางแผนการรักษาได้ยืดหยุ่นขึ้น ลดแรงกดดันต่อการใช้ยาบางชนิดมากเกินไป


ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคหนองในแท้

  • ค่าใช้จ่ายของการรักษาด้วยยามาตรฐานเดิม การรักษาหนองในแท้ตามแนวทางปัจจุบัน มักใช้ยาปฏิชีวนะที่มีใช้มานาน ทำให้ราคายาโดยรวมไม่สูงมาก อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายไม่ได้จำกัดอยู่แค่ราคายาเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึง

    • ค่าบริการทางการแพทย์

    • ค่าใช้จ่ายในการฉีดยา

    • ค่าเดินทาง และเวลาในการเข้ารับบริการ

    • ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากต้องรักษาคู่นอนพร้อมกัน

    • ในกรณีที่เชื้อเริ่มดื้อยา ผู้ป่วยอาจต้องกลับมารักษาซ้ำ ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายสะสมเพิ่มขึ้นในระยะยาว

  • ค่าใช้จ่ายของยาใหม่รักษาหนองในแท้ ยาใหม่อย่าง Gepotidacin และ Zoliflodacin เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ จึงมีแนวโน้มที่ราคายาจะสูงกว่าในช่วงเริ่มต้นของการใช้งาน โดยเฉพาะในประเทศที่ยังไม่มีการบรรจุยาในระบบหลักประกันสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ยาเหล่านี้มีข้อดีด้านความสะดวก และประสิทธิภาพ ซึ่งอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ได้ เช่น

    • ไม่ต้องเสียค่าฉีดยา

    • ลดจำนวนครั้งในการเข้ารับบริการ

    • ลดค่าใช้จ่ายด้านเวลา และการเดินทาง

  • ค่าใช้จ่ายแฝงที่มักถูกมองข้าม นอกจากค่ายาโดยตรง การรักษาหนองในแท้ยังมีค่าใช้จ่ายแฝงที่สำคัญ เช่น

    • ค่าเสียโอกาสจากการลางานหรือหยุดเรียน

    • ค่าใช้จ่ายในการตรวจติดตามอาการ

    • ค่าใช้จ่ายจากภาวะแทรกซ้อน หากรักษาไม่หายหรือรักษาล่าช้า

    • ยาใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายแฝงเหล่านี้ในระยะยาว

  • ค่าใช้จ่ายในกรณีหนองในแท้ดื้อยา เมื่อเชื้อหนองในแท้เกิดการดื้อยา การรักษาจะซับซ้อน และมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เช่น

    • ต้องใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน

    • ต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

    • อาจต้องรักษานานขึ้น

    • ในบริบทนี้ ยาใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อต่อสู้กับเชื้อดื้อยา จึงอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายรวมในระยะยาว แม้ต้นทุนเริ่มต้นจะสูงกว่า

  • ภาพรวมค่าใช้จ่ายระยะสั้น และระยะยาว หากพิจารณาในระยะสั้น การรักษาด้วยยาเดิมอาจดูประหยัดกว่า แต่เมื่อคำนึงถึง

    • ความเสี่ยงการดื้อยา

    • การรักษาซ้ำ

    • ภาวะแทรกซ้อน

    • ยาใหม่อย่าง Gepotidacin และ Zoliflodacin อาจช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายรวมในระยะยาว ทั้งต่อผู้ป่วย และระบบสาธารณสุข

  • ปัจจัยที่มีผลต่อค่าใช้จ่ายในการรักษา ค่าใช้จ่ายในการรักษาหนองในแท้ของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ

    • ระยะของโรค

    • ตำแหน่งที่ติดเชื้อ

    • การดื้อยาของเชื้อ

    • แนวทางการรักษาที่แพทย์เลือก

    • ระบบสิทธิการรักษาในแต่ละประเทศ

    • ดังนั้น การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินแนวทางการรักษาที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุ

ภาพตารางเปรียบเทียบยารักษาหนองในแท้แบบเดิมกับยาใหม่ในด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการดื้อยา
ตารางเปรียบเทียบยารักษาหนองในแท้แบบเดิม กับยาใหม่

ตารางเปรียบเทียบยารักษาหนองในแท้แบบเดิม กับยาใหม่

หัวข้อเปรียบเทียบ

ยารักษาหนองในแท้แบบเดิม

ยาใหม่รักษาหนองในแท้

ตัวอย่างยา

Ceftriaxone (ยาฉีด), Azithromycin, Doxycycline (ใช้ร่วมในบางแนวทาง)

Gepotidacin, Zoliflodacin

รูปแบบยา

ส่วนใหญ่เป็น ยาฉีด (บางกรณีใช้ยากินร่วม)

ยารับประทาน (Oral)

ความสะดวกในการรักษา

ต้องเข้ารับบริการสถานพยาบาล

สะดวกกว่า ไม่ต้องฉีด

กลไกการออกฤทธิ์

กลไกเดิมที่ใช้มานาน

กลไกใหม่ แตกต่างจากยาปฏิชีวนะเดิม

ปัญหาการดื้อยา

พบการดื้อยามากขึ้นในหลายประเทศ

ออกแบบมาเพื่อรับมือเชื้อดื้อยาบางกลุ่ม

ประสิทธิภาพต่อเชื้อดื้อยา

เริ่มมีข้อจำกัด

มีศักยภาพรักษาเชื้อที่ดื้อยาบางสายพันธุ์

ทางเลือกสำหรับแพทย์

ตัวเลือกจำกัดมากขึ้น

เพิ่มทางเลือกในการวางแผนการรักษา

ความเสี่ยงการเกิด cross-resistance

มีความเสี่ยงสูงขึ้น

ความเสี่ยงต่ำกว่า เนื่องจากกลไกใหม่

การใช้งานในปัจจุบัน

ใช้เป็นแนวทางมาตรฐานในหลายประเทศ

ได้รับการอนุมัติจาก US FDA และอยู่ระหว่างการขยายการใช้

สถานะในประเทศไทย

ใช้อยู่ในระบบการรักษาปัจจุบัน

ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา และอนาคตการนำเข้า

บทบาทในอนาคต

อาจถูกจำกัดการใช้มากขึ้น

เป็น ความหวังใหม่ ในการรับมือหนองในแท้ดื้อยา

อนาคตการรักษาหนองในแท้ในประเทศไทย

ปัจจุบัน ยาใหม่อย่าง Gepotidacin และ Zoliflodacin ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาด้านกฎระเบียบ และความเหมาะสมในการนำมาใช้ในแต่ละประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งการนำยาใหม่เหล่านี้เข้าสู่ระบบการรักษา จำเป็นต้องผ่านการประเมินทั้งด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และบริบทของระบบสาธารณสุขไทย

หากในอนาคตประเทศไทยสามารถนำยาใหม่ทั้งสองชนิดมาใช้ได้อย่างเหมาะสม คาดว่าจะส่งผลดีในหลายมิติ ดังนี้

  • เพิ่มประสิทธิภาพการรักษา และผลลัพธ์ของผู้ป่วย ยาใหม่ที่มีกลไกการออกฤทธิ์แตกต่างจากยาปฏิชีวนะเดิม จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อหนองในแท้ โดยเฉพาะกรณีที่เชื้อเริ่มดื้อยามาตรฐาน การมีทางเลือกมากขึ้นจะช่วยให้แพทย์สามารถปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ลดความเสี่ยงของการรักษาล้มเหลว และลดโอกาสการแพร่เชื้อซ้ำในชุมชน

  • ลดภาระของระบบสาธารณสุขในระยะยาว การรักษาที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยลดความจำเป็นในการรักษาซ้ำ ลดจำนวนครั้งที่ผู้ป่วยต้องเข้ารับบริการ และลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ นอกจากนี้ ยาในรูปแบบรับประทานยังช่วยลดภาระด้านทรัพยากร เช่น การฉีดยา การใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ และการดูแลผู้ป่วยในสถานพยาบาล

  • เสริมศักยภาพการรับมือปัญหาหนองในแท้ดื้อยา ประเทศไทยเช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ การมียาใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับเชื้อดื้อยาโดยเฉพาะ จะช่วยชะลอการกระจายของเชื้อดื้อยา ลดการพึ่งพายากลุ่มเดิมมากเกินไป และช่วยยืดอายุการใช้งานของยาปฏิชีวนะที่มีอยู่ในปัจจุบัน

  • สนับสนุนการควบคุมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในระดับประเทศ การเพิ่มทางเลือกในการรักษาหนองในแท้ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับนโยบายควบคุมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่เข้าถึงบริการสาธารณสุขได้ยาก การรักษาที่สะดวก และมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจช่วยเพิ่มอัตราการเข้ารับการรักษา ลดการแพร่กระจายของโรค และลดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

  • ความจำเป็นของการใช้ยาอย่างเหมาะสม และยั่งยืน แม้ยาใหม่จะเป็นความหวังสำคัญ แต่การนำมาใช้ในประเทศไทยจำเป็นต้องมาพร้อมกับแนวทางการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล การติดตามผลการรักษา และการเฝ้าระวังการดื้อยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาการดื้อยาเกิดซ้ำกับยาใหม่ในอนาคต


หนองในแท้ไม่ใช่เพียงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่รู้จักกันมานาน หากแต่กำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของวงการแพทย์ยุคใหม่ โดยเฉพาะในบริบทที่ปัญหาการดื้อยาปฏิชีวนะทวีความรุนแรง และซับซ้อนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพัฒนายาใหม่อย่าง Gepotidacin และ Zoliflodacin จึงนับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเปิดมุมมอง และสร้างความหวังใหม่ในการรักษาหนองในแท้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จอย่างยั่งยืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับนวัตกรรมทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างมีความรับผิดชอบควบคู่ไปกับการป้องกันโรคอย่างถูกต้อง และสม่ำเสมอ หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง ปัญหาหนองในแท้ดื้อยาในอนาคตก็อาจไม่ใช่อุปสรรคที่ยากเกินจะรับมือได้อีกต่อไป


เอกสารอ้างอิง

Comments


12 Terry Francine St.

San Francisco, CA 94158

Opening Hours

Mon - Fri

8:00 am – 8:00 pm

Saturday

9:00 am – 7:00 pm

​Sunday

9:00 am – 9:00 pm

bottom of page